+++ เนื่องในวันแม่อเมริกา +++
+++ แก้ปัญหาลูกไม่กินข้าว +++
+++ Time Out +++
+++ อาหารของลูก +++
+++ Diaper Bag +++
+++ พัฒนาการเด็กน้อยวัย 15 เดือน +++
+++ 2014 +++
+++ All about ME +++
+++ Baby Boy's School +++
+++ Celebrated 1st Birthday with Grandparents @ Chicago +++
+++ Celebrated 1st Birthday with Grandparents @ Disney Resort +++
+++ Happy 1st Birthday Baby BOY +++
+++ Home Inspection +++
+++ Snow here, Snow there, Snow everywhere +++
+++ House Hunting +++
+++ The Journey HOME +++
+++ (No More) Sleepless Nights +++
+++ Gymboree +++
+++ LOVE beyond Measure +++
+++ 3 Month Old Baby +++
+++ Happy New Year 2014 (The Year of Horse) +++
+++ New Year Eve 2013 +++
+++ Merry Christmas 2013 +++
+++ Happy BABY +++
+++ Santa Claus & Ryan +++
+++ Mommy & Me Time +++
+++ Working MOM +++
+++ 2 Month Old Baby +++
+++ Happy Thanksgiving 2013 +++
+++ Swaddle & Pacifier +++
+++ A Lucky One +++
+++ Best For (MY) Baby +++
+++ Mother & Son +++
+++ Grandma In Town +++
+++ Love & Happiness +++






 

 

OMG ใครได้ดูข่าวหิมะตก รถติดใน Atlanta บ้างค่ะ?

 

 

 The Journey HOME

 

 

 

 The Journey HOME

 

 

 

 The Journey HOME

 

 

 

 

จะมาบอกว่าหนูเป็นหนึ่งในหลายๆ คนที่ติดแหง่กอยู่บนถนนแล้วก็กลับบ้านไม่ได้ค่ะ ... ปกติแล้วจากบ้านไปที่ทำงานจะใช้เวลาในการขับรถประมาณ 10-15 นาที ถ้ารถติดก็จะอยู่ที่ประมาณ 45 นาที แต่แบบเมื่อวานนี้ใช้เวลาอยู่บนท้องถนน กว่าจะกลับบ้านได้ใช้เวลาทั้งหมด 14 ชั่วโมงค่ะ เอิ๊กส์

 

 

 

 

++++++++++++++++++++

 

 

เรื่องมันมีอยู่ว่า ... เช้าวันอังคารก็ไปทำงานตามปกติ ก็คุยกับเพื่อนร่วมงานว่าดูพยากรณ์อากาศแล้วหิมะจะตกประมาณ 11 โมงเช้า ก็ทำงานไปเรื่อยๆ หันไปดูนอกหน้าต่างประมาณ 11 โมงเช้าก็เห็นหิมะตกโปรยปราย งานนี้ก็ตื่นเต้นกันใหญ่ เพราะเป็นหิมะแรกของปีที่ดูจะเป็นชิ้นเป็นอันหน่อย ฮ่า

 

 

 

 The Journey HOME

 

 

 

สักพักเพื่อนร่วมงานก็บอกว่าโรงเรียนแล้วก็สถานที่ทำการต่างๆ เริ่มปิดตัวลง ... เราก็เลยแบบแล้วบริษัทเราล่ะ สักพักก็มีประกาศว่าจะปิดออฟฟิศวันนี้ตอน 5 โมงเย็น เราเลยแบบ ว้า แล้วแบบจะประกาศทำแป๊ะอะไร เพราะปกติก็ได้กลับบ้านเวลานี้อยู่แล้ว ฮ่า งานนี้มีการส่ง FB ไปอิจฉาเพื่อนสาว แล้วก็สามี เพราะบริษัทเขาปิ ดปล่อยให้พนักงานกลับบ้านก่อนเรา

 

ประมาณบ่าย 2 โมงมีประกาศอีกรอบ ... คือ ให้ทุกคนกลับบ้านได้เลย งานนี้เลยรีบออกมา ก่อนออกมาก็มองถนนก่อน ปกติแล้วหน้าบริษัทรถจะไม่มากอย่างนี้แต่แบบวันนี้มันเยอะเหลือเกิน หนูก็เลยคุยกับสามีว่า วันนี้จะ Take local ล่ะกัน จะไม่ขึ้น Highway ... แต่แบบออกมาจากบริษัทแล้ว รถขยับเขยื้อนได้น้อยมาก เริ่มจากเส้นทางเดี๋ยวกันก็มีบริษัทหลายๆ บริษัทที่ปล่อยให้พนักงานออกมาจากออฟฟิศ อย่าง UPS Headquarter นี่ก็อยู่เส้นทางเดียวกันเลย คิดดูซิพนักงานที่นี่มีกี่คน ... งานนี้เลยแบบค่อยๆ กระดิ๊บกระดิ๊บขับรถกลับบ้าน

 

 

ตอนแรกไม่คิดว่าเหตุการณ์มันจะรุนแรงมากอย่างนี้ ... จากบ้านไปที่ทำงานประมาณ 12 ไมล์ (19 กิโลเมตร) แต่แบบใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงกว่าจะผ่านไปในแต่ล่ะไมล์ได้ วินาทีนั้นคิดถึงลูกสุดๆ ดีที่สามีโทรศัพท์มาบอกว่า เขาสามารถไปรับลูกได้ สำหรับเขาเองก็ใช้เวลานานเหมือนกัน แต่แบบอย่างน้อยๆ เขาก็สามารถพาลูกกลับบ้านได้ ระยะทางจากเดย์แคร์ไปบ้านก็ไม่ถึงไมล์ แต่แบบสามีใช้เวลาบนท้องถนนกว่าชั่วโมง ซึ่งปกติแล้วขับรถแค่ 3 นาทก็ถึง

 

หนูออกจากบริษัทตอนบ่าย 2 โมงตรง กว่าจะมาถึงปากทาง Exit ทางที่จะเข้าบ้านได้ก็ประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆ ... ขับรถจาก Exit นึงมาอีก Exit นึงนี่ใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง ระหว่างทางก็เห็นคนเริ่มทิ้งรถ เริ่มเดินกลับบ้านกันแล้ว ... ถนนตอนนั้นก็เริ่มเป็นน้ำแข็ง เพราะทางการไม่ได้โรยเกลือ ไม่ได้เตรียมการอย่างดี ... โชคดีที่รถหนูเป็น All Wheel Drive แล้วก็มีโหมดการขับรถบนหิมะหรือ ECT Snow งานนี้ก็ช่วยได้บ้าง เพราะเวลาเบรคทีมันจะไม่ลึก รถจะไม่ปัด แต่แบบถึงกระนั้นก็ลื่นๆ ไหลๆ ไปบ้าง ก็ยังดีที่ไม่ได้ไปทิ่มไปตำรถใคร

 

ประมาณตี 2 กว่าๆ หลังจากที่อยู่บนถนนกว่า 12 ชั่วโมง ที่นั่งรอบนรถ จับพวงมาลัยแน่น ความหวังที่จะได้กลับบ้านนั้นเริ่มเลือนลาง เพราะเห็นรถพ่วงขนาดใหญ่นอนเอ้งเม้งอยู่ตรงหน้า ... งานนี้เลยกะว่าจะทิ้งรถ แล้วเดินกลับบ้าน เพราะตอนนั้นเหลือแค่อีก 2 ไมล์ก็จะถึงบ้านแล้ว แต่แบบปัญหาก็คือ ไม่ได้มีอุปกรณ์กันหนาวพวกหมวก ถุงมือติดตัวมาเลย มีแค่แจ๊คเก็ตหนึ่งตัว แถมชุดที่ใส่เป็น Scrub ทำงานที่ผ้าบางมาก กันหนาวแทบไม่ได้เลย ... งานนี้ก็ไม่รู้ว่าสามีทำอีท่าไหน เพราะเขาบอกว่าให้ทิ้งรถ แล้วเดินไปที่ร้าน Dunkin' Donuts ซึ่งไม่ไกลออกไป ตอนที่หาที่จอดรถนั่นก็มีคนมาช่วยบอกทางให้ เพราะถนนลื่นมาก ขนาดว่าหนูเดินไปที่ร้านกาแฟยังจะล้มตั้งหลายรอบ จะเดินบนขอบฟุตบาทก็ไม่ได้ เพราะมันลื่นมากกกกกกกกกกกก

 

 

 

 The Journey HOME

 

 

 

พี่ตำรวจก็ใจดี อุตส่าห์พาเลี่ยงไปถนนอีกเส้นนึง แต่แบบไปแล้วก็เศร้า เพราะรถมันติด มันบล็อคทางหมดเลย ... เขาก็เลยบอกว่า จะเดินไปที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตอีกฝั่ง แล้วให้สามียูมารับได้ไหม หนูเลยคุยกับ Neil ว่า ไม่ต้องออกมารับหนูหรอก อยู่กับลูกนั่นแหละ เพราะออกมาก็ไม่รู้ว่าจะกลับบ้านกันได้ไหม อีกอย่างลูกยังเล็ก ถ้ารถติด ถนนลื่น แล้วต้องติดแหง่กกันในรถก็สงสารลูกอีก ... สรุปแล้วหนูเลยตัดสินใจไปโบสถ์แทน เพราะที่นั่นอย่างน้อยๆ ก็มีที่อุ่นๆ ในพัก

 

เข้าไปโบสถ์ตอนตี 4 งานนี้ก็ต้องขอบคุณคุณตำรวจคนนั้นมากกกกกกกกกก ... แถมงานนี้ยังได้นั่งเท่ห์อยู่ในหลังรถตำรวจด้วย ฮ่า ก็ถือว่าเป็นครั้งนึงในชีวิต คนในโบสถ์ก็น่ารักมาก หาน้ำ หาอาหารให้หนูกิน แต่แบบหนูก็เหนื่อยจนกินอะไรไม่ลง เลยปฏิเสธไป ... แล้วแบบนี่เป็นครั้งแรกในรอบ 14 ชั่วโมงที่ได้เข้าห้องน้ำ ฮ่า ความเป็นแม่อ่ะนะ อดทนสุดๆ คือ ใจนี่ไม่อยากจะหยุดแวะพักที่ไหนเลย

 

หลังจากเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตาแล้ว ... งานนี้ก็เลยขอเขาปั๊ํมนม หุ หุ เขาก็เลยหาห้องว่างๆ ให้ โอ้ย จำได้ว่าทรมาณมาก ไม่ได้ปั๊มนม 10 กว่าชั่วโมงนมจะระเบิด ... แล้วแบบตอนทิ้งรถออกมานี่ก็ไม่ได้คว้าอะไรมาเลย นอกจากแจ็คเก็ต กระเป๋าตังค์ แล้วก็เครื่องปั๊มนม ในใจคิดว่าไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ตามลูกตรูต้องได้กินนม ฮ่า

 

ปั๊มนมเสร็จก็พยายามพักผ่อนที่โบสถ์ ... ก่อนนอนคุยกับสามี เขาก็บอกว่าดีแล้วที่อยู่ที่ั่นั่นอย่างน้อยๆ ก็ปลอดภัย ตอนเช้าแดดออก หิมะละลายเขาจะรีบมารับ ... ไอ้เราก็แบบไม่ต้องรีบมารับก็ได้ รอได้ ยังไงเอาให้ชัวร์ๆ ก่อนค่อยออกมา อารมณ์แบบห่วงลูกอีก สรุป เมื่อคืนได้หลับทั้งน้ำตา เพราะคิดถึงลูก .. เป็นคืนแรกที่ห่างลูก ไม่ได้อาบน้ำ เล่านิทาน แล้วก็กล่อมลูกนอน เศร้าสุดๆ

 

ตอนเช้าประมาณ 6 โมงเช้า หลังจากได้นอนแบบหลับๆ ตื่นๆ ไป 2 ชั่วโมงก็ลุกขึ้นมานั่งพยายามหาทางกลับบ้าน ... งานนี้เลยได้คุยกับคนที่โบสถ์หลายๆ คน ซึ่งมีชะตากรรมเดียวกัน แล้วแบบได้ทานขนมปังสองแผ่นกับน้ำส้มเป็นมื้อแรก หลังจากมื้อสุดท้ายที่ผ่านมาคือ ตอนเที่ยงวันของวันที่แล้ว

 

 

 The Journey HOME

 

 

 

คุยกับคนโน้นคนนี้ น้ำตาก็ไหล ... อารมณ์แบบห่วงลูก คิดถึงลูก แล้วแบบรถก็ไม่ได้จอดอยู่ที่โบสถ์ เพราะคุณตำรวจมารับ งานนี้ก็พะว้าพะวงจนคนที่โบสถ์รู้ว่ามีเบบี้อยู่ที่บ้าน หลายๆ คนก็บอกว่า ถ้าแดดออก หิมะเริ่มละลายแล้ว เขาจะพากลับบ้านเอง ... รอจนกระทั่ง 9 โมงเช้า คุณป้าคนหนึ่งมีเพื่อนออกมารับ เขาก็เลยชวนให้กลับบ้านด้วย เพราะบ้านเขาอยู่ไม่ไกลจากบ้านของหนูสักเท่าไหร่ งานนี้ซึ้งมากกกกกกกกกกกกกกกกก สรุปแล้วกว่า 14 ชั่วโมงถึงจะได้เห็นหน้าเจ้าตัวเล็ก ฮือออออออออออออ

 

 

 

 

 

 

+++++++++++++++++++++

 

งานนี้ที่ต้องโทษรัฐบาล แล้วก็การบริหารงานของ City อย่างเดียวเลย ... เขาน่าจะประกาศปิดโรงเรียนต้องแต่แรก แล้วแบบ Fulton County เห็นเพื่อนบอกว่า กว่าจะประกาศปิดโรงเรียนก็บ่าย 2 กว่า แล้วแบบตอนแรกก็เห็นบอกว่าจะมีรถโรงเรียนไปส่งเด็กที่บ้าน แต่แบบไปๆ มาๆ ดันมาเปลี่ยนแผนบอกให้พ่อแม่ผู้ปกครองไปรับลูกเองที่โรงเรียน ... แล้วแบบสถานที่ทำงานกว่าจะปิดก็ประมาณ 11 โมงเช้า อย่างบางทีก็บ่ายๆ ... ซึ่งตอนนั้นทุกคนต่างเดินทางออกจากออฟฟิศเพื่อไปรับลูกหรือกลับบ้านพร้อมๆ กัน คิดดูซิคน 3-4 ล้านรถ รถ 3-4 ล้านคันพร้อมใจกันเดินทางออกมาอยู่บนถนนกันหมด แถมสภาพอากาศก็แย่ งานนี้อุบัติเหตุเลยเกิดขึ้นเยอะมาก สรุปแล้วถนนทุกสายใน Atlanta เลยกลายสภาพเป็นลานจอดรถไปเลย

 

แล้วแบบรถของหนูนี่ ... หลังจากหนูกลับบ้านมาแล้ว ได้กอดลูก กอดสามีให้ชื่นใจ งานนี้เราก็เลยรวมตัวกันนอนหมู่ ฮ่า สามีก็ห่วงเราจนแทบไม่ได้นอน ส่วนเจ้าตัวเล็กไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไร แต่แบบถึงเวลา Nap พอดีเลยจับนอนซะเลย ฮ่า หลับไปได้ประมาณ 2 ชั่วโมง สามีก็เดินมาบอกว่าจะเดินไปเอารถให้ ไอ้เราก็เป็นห่วง เพราะถนนมันลื่น แต่แบบเขาบอกว่าไม่เป็นไร 2 ไมล์กว่าๆ เขาเดินได้สบาย ... เห็นเขายืนยันแบบนี้หนูเลยตามใจ แต่แบบจะว่าไปเขาเกิดเมืองหนาว หิมะบ้านเขาตกทีสูงจนถึงขอบประตูบ้าน เพราะฉะนั้นเขาคงเอาตัวรอดได้ดีกว่าเราแน่นอน เหอ เหอ

 

 

 

 The Journey HOME

 

 

 

 The Journey HOME

 

 

 

งานนี้ก็ต้องขอบคุณหลายๆ คนที่ทำให้หนูกลับบ้านได้ ... เริ่มจากสามีที่ไปไซโคตำรวจให้มารับหนูถึงที่ เหอ เหอ คุณตำรวจที่ดีแสนดี พยายามทุกทางที่จะพาหนูมาส่งที่บ้านให้ได้ แต่แบบพยายามยังไงก็ไปไม่ถึงอยู่ดี หุ หุ คุณลุงที่มาเคาะประตูรถเพื่อมาแจกน้ำ แจกผ้าห่ม หนูมีขวดน้ำอยู่ในรถ เลยจิบๆ มาตลอดทาง แต่แบบถ้าไม่ได้น้ำของคุณลุงเพิ่ม หนูคงแย่ ... พนักงานแล้วก็ผู้ร่วมชะตากรรมในโบสถ์ รวมทั้งคุณลุงคุณป้าที่อุตส่าห์พาหนูมาส่งที่บ้านด้วย จำชื่อใครไม่ได้เลย แต่แบบขอบคุณมากๆ เลยค่ะ ... เมื่อคืนเลยได้อ่านหนังสือนิทานให้ลูกฟัง เอาลูกเข้านอน เป็นอะไรที่วิเศษสุดๆ สำหรับคนเป็นแม่เลยอ่ะ

 

และเนื่องด้วยสภาพอากาศ และสภาพถนนยังห่วยแตก ... งานนี้เลยได้นอนกอดลูกอีกวัน วันนี้ไม่ต้องไปทำงาน เย้ :)

 

อ้อ เหตุการณ์นี้ทำให้เรียนรู้ว่า ซื้อไปเถอะที่ชาร์จมือถือในรถนะค เพราะแบตเตอรี่มือถือหนูหมด งานนี้ถ้าไม่ได้คุณตำรวจก็ไม่รู้ว่าจะคุยติดต่อกับสามียังไง ...

ไปไหนมาไหนอย่าลืมขวดน้ำดื่มนะค่ะ หนูเองไม่ได้แวะที่ไหนเพราะมีน้ำอยู่ในรถ คิดถึงคนที่เขาไม่มีแล้วแบบสงสารมาก ...

แล้วที่สำคัญที่สุด หาเดย์แคร์ใกล้ๆ บ้านดีกว่าใกล้ที่ทำงานเถอะค่ะ ถ้าเมื่อวานหนูกับสามีมารับลูกไม่ทันอย่างน้อยๆ ลูกก็ยังมีที่อุ่นๆ ให้นอน ... คิดถึงคนที่รับลูกแล้วแต่กลับบ้านไม่ได้นี่ เด็กนอนหนาวในรถ อาหารเครื่องดื่ม ห้องน้ำก็ไม่มี เป็นแบบนี้แล้วแบบแย่ค่ะ ...

 

หลังจากงานนี้แล้วจะไปซื้อ Gift Card ให้คุณตำรวจ กะซื้อของ Toys R Us เพราะคุณตำรวจมีลูกสองคน แล้วแบบจะไปบริจาคของแล้วก็เงินที่โบสถ์ที่ไปพักด้วยค่ะ ... บุญคุณต้องทดแทนค่ะงานนี้ :)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

     Share

<< +++ (No More) Sleepless Nights ++++++ House Hunting +++ >>

Posted on Thu 30 Jan 2014 19:13
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh